รวมเมนูจากยอดมะพร้าวอ่อน

ยอดมะพร้าวอ่อน อีกหนึ่งวัตถุดิบธรรมชาติที่นิยมนำมาประกอบอาหารอย่างเช่น แกงเขียวหวานหรือแกงต่างๆ ซึ่งยอดมะพร้าวอ่อนนั้นมีรสชาติที่อร่อยกรุบๆ แต่ทีนี่เราคงเบื่อกับเมนูแกงเขียวหวานมะพร้าวอ่อนแล้ว ซึ่งทีนี่เรามาดูกันว่ายอดมะพร้าวอ่อนนั้นสามารถนำมาประกอบอาหารใดได้บ้าง

ส้มตำยอดมะพร้าวกุ้งสด เปลี่ยนส้มตำธรรมดาให้เป็นเมนูน่าทาน โดยการนำยอดมะพร้าวอ่อนหั่นเส้นลวกในน้ำเดือดจากนั้นแช่ในน้ำเย็นสักพัก โขลกพริกขี้หนู, กระเทียม, ถั่วฝักยาว ปรุงรสด้วยน้ำปลา, น้ำตาลปิ๊บ, น้ำมะนาว, น้ำมะขามเปียกผสมให้เข้ากัน จากนั้นใส่ยอดมะพร้าวอ่อน, แครอทฝอย, มะเขือเทศหั่น, กุ้งลวกสุก คนให้เข้ากัน ชิมรสชาติตักใส่จาน

แกงคั่วยอดมะพร้าวอ่อน วิธีการทำคล้ายกับแกงคั่วเพียงการนำยอดมะพร้าวอ่อนใส่เพิ่มลงไปเท่านั้น – ตั้งกระทะไฟปานกลางใส่กะปิ ใส่พริกแกงและกะปิลงผัดเคล้าให้เข้ากัน เติมน้ำตาลปิ๊บลงไปเคล้าให้ละลาย ใส่เศษปลาทูที่ได้จากการแกะลงไปผัดยีให้กระจายทั่ว ใส่กระชาย พริกไทยสด ลงไปผัดเคล้า จากนั้นใส่ยอดมะพร้าวอ่อนลงไปผัดและใส่เนื้อไก่ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ใบมะกรูดซอย พริกซอย และใบโหระพา

ห่อหมกทะเลยอดมะพร้าวอ่อน ตั้งกระทะไฟอ่อน นำพริกแกงลงไปผัดจนหอมจากนั้นเติมกะทิผัดจนแตกมัน จากนั้นใส่กุ้ง ปลาหมึก เนื้อปลา ยอดมะพร้าวอ่อน ผัดจนสุก ปรุงรสชาติด้วยน้ำปลา, น้ำตาลทราย ชิมรสชาติตามชอบ ใส่ไข่ไก่ลงไปคลุกจนเข้ากันพอสุก ใส่ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้า ที่เตรียมไว้ลงไป ผัดต่อจนหอม ใส่ใบโหระพาลงไป ห่อในใบตองหรือถ้วยตามชอบ

ไก่ทอดพริกแกง เมนูง่ายอร่อยลงตัว

เมนูไก่ทอดไม่ว่าจะเป็น น่องไก่ทอดหรือปีกไก่ทอด เมนูที่นำเนื้อไก่มาชุปแป้งทอดกรอบซึ่งบางครั้งเราก็คงเบื่อกับวิธีการทำแบบเดิมๆแล้ว และหากนำเนื้อไก่มาคลุกเคล้ากับเครื่องพริกแกงทอดจนหอมชวนอร่อยล่ะ คงจะฟินไม่น้อยทีเดียวเรามาดูวิธีการทำไก่ทอดพริกแกงกันดีกว่า นอกจากจะได้กลิ่นหอมๆจากใบมะกรูดและเครื่องแกงแล้วยังได้รสชาติเผ็ดอร่อยจากพริกแกงอีกด้วย

วัตถุดิบ เนื้อไก่ (อก, น่อง, ปีก), เครื่องพริกแกง, น้ำปลา, น้ำตาลทรายแดง, พริกไทยป่น, แป้งทอดกรอบ, น้ำเย็น, ใบมะกรูด

วิธีทำ – นำเนื้อไก่เช่น อกไก่หั่นชิ้นพอดีคำ ส่วนของปีกหรือน่องก็ได้ จากนั้นนำเครื่องพริกแกง, แป้งทอดกรอบ, น้ำปลา, น้ำตาลทรายแดง, น้ำเย็นเล็กน้อย นำมาคลุกเคล้ากับเนื้อไก่จากนั้นโรยใบมะกรูดซอยคลุกเคล้าจนเข้าเนื้อพักไว้ประมาณ 15 – 20 นาที

– ตั้งกระทะใส่น้ำมันจนท่วมเนื้อไก่ ตั้งไฟปานกลางจากนั้นนำเนื้อไก่ที่หมักไว้ลงไปทอดจนเหลืองกรอบ ระหว่างทอดสามารถนำใบมะกรูดลงทอดเพื่อให้มีกลิ่นหอม เมื่อไก่สุกแล้วนำขึ้นสะเด็ดน้ำมัน หรือ ใช้ทิชชูสำหรับซับน้ำมันออกก็ได้ (ห้ามใช้ทิชชูธรรมดาซับเด็ดขาด) ตักใส่จากพร้อมเสิร์ฟคู่กับซอสพริก

เมนูง่ายๆ ไม่ยุ่งยากและสามารถทำเองที่บ้านก็ได้นอกจากไก่คลุกเคล้ากับพริกแกงแล้ว ยังสามารถนำมาหมักกับสูตรอื่นๆได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหมักกับซอสพริกไทยดำ, หมักกระเทียมก็ชวนหอมน่าทาน เมนูทานเล่นง่ายๆไม่ต้องซื้อให้เปลืองตังค์

ทำง่ายๆขนมไทยบ้านเรา ขนมชั้นดอกกุหลาบ เมนูของหวานสวยน่ากินสุด ๆ

  1. ขนมชั้นดอกกุหลาบ

แหม… งดงามมาก ๆ สำหรับขนมชั้นดอกกุหลาบ ไอเดียทำขนมไทยเก๋ ๆ แปลงร่างขนมชั้นชิ้นสี่เหลี่ยมกลายเป็นดอกกุหลาบสีหวาน ๆ ถ้าทำกินเองก็อย่าลืมแชร์รูปลงเฟซบุ๊กด้วยล่ะเผื่อจะได้มีคนแอบอิจฉาในใจ หรือถ้าใครสนใจทำขายก็ดูเข้าท่าดีเหมือนกัน ดูดีมีสไตล์ไม่ซ้ำใครด้วย เอ้า… ด่วน ๆ คันไม้คันมือเต็มทน มาเข้าครัวพร้อมกันเลยจ้า

ส่วนผสม ขนมชั้นดอกกุหลาบ

หัวกะทิ 2 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 ถ้วย  แป้งท้าวยายม่อม 1/8 ถ้วย   แป้งมันสำปะหลัง 1 ถ้วย  แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วย   สีผสมอาหารสีแดง  กลิ่นมะลิ   น้ำมันพืช

วิธีทำขนมชั้นดอกกุหลาบ

  1. ใส่กะทิลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟใส่น้ำตาลทราย คนให้เข้ากันจนละลาย ปิดไฟ พักทิ้งไว้ให้เย็น พอเย็นให้ตักช้อนเอาหัวกะทิที่อยู่ด้านบนใส่ภาชนะเก็บไว้
  2. ผสมแป้งท้าวยายม่อม แป้งมันสำปะหลัง และแป้งข้าวเจ้าเข้าด้วยกัน ค่อย ๆ เทหัวกะทิใส่ลงไปทีละน้อยสลับกับใช้มือนวดแป้งจนแป้งรวมตัวกันเป็นก้อนแล้วนวดต่ออีก ประมาณ 15 นาที เทน้ำกะทิที่เหลือใส่ลงไป ตามด้วยกลิ่นมะลิ คนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว นำส่วนผสมไปกรองด้วยกระชอน เตรียมไว้
  3. แบ่งส่วนผสมแป้งออกเป็น 2 ส่วน ใส่สีผสมอาหารสีแดงลงไป 1 ส่วน คนผสมสีให้เข้ากัน
  4. ทาน้ำมันพืชลงบนถาดสำหรับนึ่งขนมชั้นให้ทั่ว เตรียมไว้
  5. นำชุดนึ่งขึ้นตั้งไฟ รอจนน้ำเดือดพล่าน จากนั้นวางถาดสำหรับนึ่งขนมลงไปแล้วตักส่วนผสมแป้งสีชมพูใส่ลงไปในพิมพ์ทำเป็นชั้นที่ 1 ปิดฝานึ่งประมาณ 5-7 นาที
  6. พอชั้นที่ 1 สุกแล้วให้เปิดฝาแล้วตักส่วนผสมสีขาวใส่ลงไป ปิดฝานึ่งต่อ ทำสลับกันไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมแป้งหมดและเต็มพิมพ์
  7. เมื่อนึ่งเสร็จแล้วนำขนมชั้นออกมาจากชุดนึ่ง พักไว้ให้เย็นลง นำขนมชั้นออกจากพิมพ์ ผ่าแบ่งครึ่งขนมชั้นตามยาวแล้วลอกขนมแต่ละชั้นออกมาเป็นแผ่น
  8. วิธีม้วนดอกกุหลาบ คือ ให้ม้วนแผ่นขนมชั้นเข้ามา 1 ทบ พับกลีบแรกไปข้างหลัง 45 องศา แล้วจึงพับตลบขึ้นมา ทำซ้ำเรื่อย ๆ จนหมด พร้อมเสิร์ฟ

 

แค่นี้ไม่ยากเลยใช่ไหมคะเรคาก็จะได้ขนมชั้นที่ทั้งสวยหอมอร่อยมารับประทานกันแล้ว

ตะโก้ขนมไทยถ้วยจิ๋วละมุลลิ้น

    ขนมไทยใส่กะทิอย่างตะโก้ขนาดเล็กพอดีคำน่าจะถูกใจเพื่อน ๆ หลายคน ด้วยความหวานมันและไส้แห้วที่กรุบกรอบทำให้อยากลิ้มลองสุด ๆ ใครสนใจอยากลองทำตะโก้ แวะเข้ามาจดสูตรได้เลย แจกฟรี เอาไปทำกินเอง หรือจะเอาไปค้าขายก็ได้เช่นกันจ้า

ส่วนผสม หน้ากะทิ  แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วยตวง กะทิ 2 ถ้วยตวง เกลือป่น 1 ช้อนชา

ส่วนผสม ตะโก้  น้ำเปล่า 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วย แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย  แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วย  แป้งถั่วเขียว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วย (หรือน้ำสะอาด 2 ถ้วย ผสมน้ำหอมกลิ่นมะลิ 1/2 ช้อนชา) น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะแห้วต้มสุก (หั่นเต๋าเล็ก) 1 ถ้วย กระทงใบเตยสำหรับใส่ขนม

วิธีทำหน้ากะทิ

ใส่แป้งข้าวเจ้า กะทิ และเกลือป่นลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟใช้ความร้อนปานกลาง คนผสมจนข้นและเหนียว ยกลงจากเตา เตรียมไว้หยอดลงบนขนมตะโก้

วิธีทำตะโก้

  1. ใส่น้ำเปล่าลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทรายลงไปคนให้ละลาย ต้มจนเดือดและเหนียวเป็นน้ำเชื่อม พักไว้จนเย็น
  2. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง แป้งถั่วเขียว น้ำลอยดอกมะลิ และน้ำใบเตยจนละลายเข้ากันดี เทใส่ลงในส่วนผสมน้ำเชื่อม กวนผสมจนแป้งสุกเหนียวและใส จากนั้นใส่แห้วลงคนผสมให้เข้ากัน ยกลงจากเตา
  3. ตักใส่กระทงใบเตยที่เตรียมไว้ประมาณ 3/4 ของกระทง ตามด้วยหน้ากะทิจนเต็มพิมพ์ พักทิ้งไว้จนอุ่น จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

 

รู้วิธีทำแล้วก็อย่าลืมกลับไปลองทำกันดูนะคะ ขนมไทยถ้วยจิ๋วหวานละมุนนุ่มลิ้น

ข้าวเหนี่ยวสังขยาขนมไทยอร่อยหนึบหนับ

   ความหอมหวานของเนื้อสังขยาที่โปะอยู่บนหน้าข้าวเหนียวทำให้กินแล้วอร่อยลงตัวสุด ๆ แต่ครั้นจะไปซื้อมากินบ่อย ๆ ก็คงไม่มีเวลาขนาดนั้น ถ้าหากชอบเข้าครัวอยู่แล้วลองมาทำข้าวเหนียวสังขยาสูตรจาก คุณโอน่าจอมซ่าส์ กันหน่อยดีกว่า ทำง่ายกว่าที่คิดเยอะ แยกเป็นสูตรข้าวเหนียวมูนและสังขยาไข่ เมื่อทำเสร็จแล้วเอามากินพร้อมกัน อร่อยเหาะไปเลย

ส่วนผสม สังขยาไข่

ไข่เป็ด 3 ฟอง กะทิ 1/2 กระป๋อง  ใบเตย 3-4 ใบ น้ำตาลปึก 4 ก้อน

ส่วนผสม ข้าวเหนียวมูน

ข้าวเหนียวเขี้ยวงู กะทิ สารส้ม น้ำตาลทราย เกลือป่น ใบเตย

วิธีทำสังขยาไข่

  1. ตอกไข่และน้ำตาลปึกใส่ชาม ใส่ใบเตยลงไป ใช้มือขยำให้น้ำตาลละลาย โดยใช้ใบเตยช่วย (สวมมือลงในถุงพลาสติกขณะขยำ)
  2. เติมกะทิ คนให้เข้ากัน แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางใส่ในถ้วย ชาม หรือถาดก้นลึก
  3. นำขึ้นนึ่งในหม้อน้ำเดือด ใช้ไฟแรงเปิดฝาขณะนึ่งจนสุกใช้ เวลาประมาณ 45 นาที (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขนาดของภาชนะ) เสิร์ฟกับข้าวเหนียวมูน

วิธีทำข้าวเหนียวมูน

  1. แช่ข้าวเหนียวในน้ำกวนสารส้ม 5 นาที แล้วเทน้ำออก จากนั้นแช่น้ำทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง หรือแช่ค้างคืน ทั้งนี้ หากอยากได้ข้าวเหนียวสีสันต่าง ๆ ให้ผสมสีผสมอาหาร หรือสีจากธรรมชาติลงไปในน้ำด้วย
  2. เมื่อครบเวลาให้เทน้ำออกแล้วนำเข้าเหนียวไปนึ่ง ตั้งไฟแรงจนสุก พักไว้
  3. ตั้งหม้อใส่กะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่น และใบเตยลงไป ต้มพอเดือด นำไปเทใส่ข้าวเหนียว แล้วคนกันให้ทั่ว ปิดฝาพักไว้ประมาณ 10-15 นาที และคนข้าวเหนียวอีกครั้ง
  4. ตักข้าวเหนียวใส่จาน เสิร์ฟพร้อมสังขยา

ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ วิธีทำข้าวเหนียวสังขยา ขนมไทยหวานหอม น่ากิ๊น น่ากิน

ถ้าใครกำลังโหยหาขนมหวานอย่างขนมไทยสุดอร่อย ลองทำกันดูนะคะ ขนมไทยทำง่ายๆไม่ยากอย่างที่คิด

ขนมไทยที่ต้องใส่ถ้วยก็ขนมถ้วยไง ทำยังไงมาดูกันเลย

ขนมใส่ไส้ หรือขนมสอดไส้ เมนูขนมหวานสุดอร่อย ใส่ไส้หน้ากระฉีก สูตรนี้นำเสนอแบบห่อใบตอง และไม่ห่อใบตองด้วย เลือกเอาแบบที่ชอบ จะทำกินเอง หรือทำขายก็ได้ เพราะต้นทุนไม่สูงมาก

ส่วนผสม ขนมใส่ไส้ มะพร้าวขูดขาว 2 1/2 ถ้วย น้ำตาลมะพร้าว 1 1/2 ถ้วย น้ำต้มสุก ทียนอบ (สำหรับอบควันเทียน) ใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ตามความสะดวก แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วย น้ำเย็น 1/3 ถ้วย (หรือน้ำใบเตย, น้ำอัญชันแช่เย็น หากต้องการเพิ่มสีสัน)

แป้งข้าวเจ้า 1/3 ถ้วย เกลือป่น 2 ช้อนชา หัวกะทิ 3 1/3 ถ้วย

เตรียมใบตองตัดเป็น 2 ขนาด แผ่นใหญ่ขนาดประมาณ 5X9 เซนติเมตร และแผ่นเล็กขนาดประมาณ 4X6 เซนติเมตร แล้วตัดหัว-ท้ายเป็นสามเหลี่ยม เช็ดให้สะอาดทั้ง 2 ด้าน นำไปตากแดดทิ้งไว้สักครู่ (เพื่อไม่ให้ใบตองแตกขณะห่อขนม)

วิธีทำหน้ากระฉีก (ส่วนผสมไส้)

  1. กวนมะพร้าวขูดกับน้ำตาลมะพร้าว และน้ำต้มสุกในกระทะด้วยไฟอ่อน ๆ จนส่วนผสมเหนียวและแห้ง ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็นสนิท
  2. พอส่วนผสมเย็นสนิทแล้วปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ประมาณ 1 นิ้วใส่ในภาชนะที่มีฝาปิด
  3. นำส่วนผสมไส้ไปอบด้วยควันเทียน เตรียมไว้

วิธีทำแป้ง

นวดแป้งข้าวเหนียวกับน้ำเย็นจนพอปั้นได้ จากนั้นปั้นเป็นก้อนกลมขนาดเดียวกับหน้ากระฉีก เตรียมไว้

วิธีทำส่วนผสมหน้าขนม

ผสมแป้งข้าวเจ้า เกลือป่น และกะทิคนให้ละลายเข้าด้วยกัน เทใส่ในกระทะทองเหลือง (หรือกระทะเทฟลอน) ใช้ไฟปานกลางกวนจนข้นและเดือดทั่ว ยกลงจากเตา เตรียมไว้

วิธีทำขนมใส่ไส้แบบห่อใบตอง

  1. แผ่แป้งข้าวเหนียวที่ปั้นไว้เป็นแผ่นบาง ๆ (กะให้พอหุ้มไส้ได้มิด) จากนั้นหยิบไส้กระฉีกวางลงไปตรงกลางแล้วหุ้มแป้งให้มิด วางขนมลงบนใบตองที่ซ้อนกัน
  2. หงายใบตองแผ่นใหญ่ขึ้น (ด้านนวล) แล้ววางทับด้วยใบตองแผ่นเล็ก วางไส้ขนมลงไป จากนั้นตักหน้าขนมประมาณ 1/2 ช้อนชา ใส่ด้านบนไส้
  3. ห่อใบตองเป็นทรงสูง ใช้ใบมะพร้าวที่เตรียมไว้คาดและกลัดด้วยไม้กลัดให้เรียบร้อย ตัดปลายเตี่ยวให้เฉียงและยาวพองาม วางเรียงห่อขนมลงในชุดนึ่ง
  4. นำขนมไปนึ่งในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือดพล่านประมาณ 10 นาที ยกลงจากเตา

วิธีทำขนมใส่ไส้สูตรประยุกต์

  1. ตักส่วนผสมหน้ากะทิใส่ลงในถ้วยขนาดเล็ก (หรือพิมพ์พลาสติก) ประมาณ 1/2 ของพิมพ์ เตรียมไว้
  2. แผ่แป้งข้าวเหนียวที่ปั้นไว้เป็นแผ่นบาง ๆ (กะให้พอหุ้มไส้ได้มิด) จากนั้นหยิบไส้กระฉีกวางลงไปตรงกลางแล้วหุ้มแป้งให้มิด จากนั้นนำไปต้มในน้ำเดือดจนลอยขึ้นมา ตักขึ้นใส่จาน เตรียมไว้
  3. ค่อย ๆ นำส่วนผสมไส้วางลงในพิมพ์อย่างเบามือให้สวยงาม พร้อมเสิร์ฟ

ลองไปทำกันดูนะคะขนมไทยทำไม่ยากอย่างที่คิด

ขนมครกขนมไทยที่คุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กๆ

   ถ้าพูดถึงขนมครกก็จะนึกถึงตอนเด็กๆคะไม่รู้คิดเหมื่อนกันไหมเพราะตอนเด้กชอบกินแล้วก็จะสั่งน่าที่โรยด้วยข้าวโพดเพราส่วนตัวไม่ชอบรับประทานผักคะ แต่ว่าแต่ที่เด็กก็คือเรื่องแป้งของขนมครกเพราะแต่ละเจ้าจะไม่เหมื่อนกันบ้างเจ้าแป้งไม่กรอบแค่คือเราชอบแป้งกรอบๆ…

ถ้าหากวันว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำลองชวนแฟนมานั่งแคะขนมครกเป็นกิจกรรมสนุก ๆ กันดีไหม ขอแนะนำขนมครกสูตรจาก คุณเนินน้ำ สูตรนี้ใส่ไส้รวมมิตรด้วยนะ ใส่ทั้งเผือก ข้าวโพด และต้นหอม กินให้จุใจไปเลยจ้า

ส่วนผสม แป้งขนมครก

1.แป้งข้าวเจ้า 1 1/4 ถ้วย    2.ข้าวสุก 1/3 ถ้วย    3.น้ำตาลทราย 1/8 ถ้วย    4.เกลือสมุทร 1 ช้อนชา    5.น้ำปูนใส 1/4 ถ้วย  6.หัวกะทิ 1 ถ้วย     7.หางกะทิ 1/2 ถ้วย

ส่วนผสม หน้ากะทิ

1.หัวกะทิ 3/4 ถ้วย 2.น้ำตาลทราย 1/8 ถ้วย  3. เกลือสมุทร 1/4 ช้อนชา 4. แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม หน้าขนมครก

1.ต้นหอมซอย 2.เผือกหั่นเต๋าเล็ก ๆ  3.เม็ดข้าวโพด  4.น้ำมันพืชสำหรับทาเบ้าขนมครก

วิธีทำขนมครกง่ายเลยคะ

  1. นำเบ้าขนมครกขึ้นตั้งใฟให้ร้อน ใช้ไฟปานกลาง ทาน้ำมันให้ทั่วหลุมแล้วตักแป้งหยอดลงไปประมาณ 3/4 ของหลุม
  2. พอแป้งเริ่มเซตตัว ตักส่วนผสมหน้ากะทิหยอดทับลงไปให้เต็ม ปิดฝาขนมครก
  3. พอขนมเริ่มสุก เปิดฝาโรยหน้าด้วยเผือก ข้าวโพด และต้นหอมซอย เมื่อขนมสุกใช้ช้อนแคะขนมออกจากเบ้า จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

กลิ่นใบเตยหอมๆกับขนมชั้นใบเตย สีเขียวหยกขนมไทยทำไม่ยากคะ

    เคยไหม ?  ซื้อขนมชั้นใบเตยกินแล้วรสชาติจืดชืด ไม่หอมหวานมัน แทบอยากเขวี้ยงทิ้งแต่แอบเสียดายสตางค์เลยต้องจำทนฝืนกิน แต่ถ้าหากได้ลองมาทำขนมชั้นใบเตย สูตรจาก คุณ RinS Cook Book สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม จะเจอเนื้อคู่ ไม่ใช่ ๆ จะเจอรสชาติที่ถูกปากในบัดดล เนื้อเหนียวนุ่ม รสชาติหวานหอมกลิ่นใบเตย หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอดีคำ จับใส่ปากตัวเอง หรือคนข้าง ๆ ได้เลย ถ้าจะทำขายก็เอาใส่ถุงพลาสติก หรือใส่กล่องพลาสติกให้สวยงาม รับรองว่า หน้าตาดีนี้และรสชาติอร่อยขนาด ลูกค้าจะไหลมาเทมาเชียวค่ะ

ส่วนผสม

ขนมชั้นใบเตย น้ำตาลทราย 2 1/2  ถ้วย กะทิ 4  ถ้วย แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วย แป้งท้าวยายม่อม 1 1/2  ถ้วย (หรือแป้งถั่วเขียว) น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/2 ถ้วย น้ำหอมกลิ่นมะลิผสมน้ำ 1/2 ถ้วย ถาดหรือพิมพ์สี่เหลี่ยมสำหรับนึ่งขนม (ขนาด 10×10 นิ้ว หรือ 8×8 นิ้ว)

วิธีทำขนมชั้นใบเตย

  1. ใส่น้ำตาลทรายและกะทิลงในหม้อ คนผสมให้เข้ากันแล้วนำขึ้นตั้งไฟปานกลางประมาณ 5 นาที จนน้ำตาลทรายละลาย (ไม่ต้องรอให้เดือด) ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น
  2. นึ่งถาดหรือพิมพ์ในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด ประมาณ 15 นาที เตรียมไว้
  3. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งท้าวยายม่อมเข้าด้วยกัน ค่อย ๆ เทส่วนผสมน้ำกะทิลงไป ใช้มือนวดแป้งให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว นวดประมาณ 15 นาที จนแป้งไม่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นนำไปกรองด้วยตะแกร
  4. แบ่งแป้งเป็น 2 ถ้วย โดยถ้วยที่ 1 ผสมกับน้ำใบเตย และถ้วยที่ 2 ผสมกับน้ำมะลิ คนผสมให้เข้ากัน เตรียมไว้
  5. ทำชั้นที่ 1 โดยเทส่วนผสมสีขาว (เทส่วนผสมทุกชั้นประมาณ 1/3 ถ้วย) ลงในพิมพ์ ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที เปิดฝา เทส่วนผสมสีเขียวลงไป ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที ทำซ้ำเช่นเดิม สลับชั้นกันจนหมดแป้ง จะได้ประมาณ 9-10 ชั้น โดยชั้นสุดท้าย ให้นึ่งประมาณ 7 นาที ยกออกจากชุดนึ่ง วางพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท (ประมาณ 3 ชั่วโมง)
  6. นำขนมออกจากถาด จุ่มมีดลงในน้ำร้อน กดลงบนขนมเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

 

ลองไปทำกันดูนะค่ะไม่อยาก ขนมไทยทำง่ายๆไม่ยากอย่างที่คิด